ขั้นตอนการส่งบทความ

Keynote Speaker
รศ.ดร.สุธี อักษรกิตติ์
อดีตอาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า อดีตคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และ อดีตอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ซึ่งได้รับยกย่องว่าเป็นไอน์สไตน์เมืองไทย ท่าน รศ.ดร.สุธี อักษรกิตติ์ เกิดที่ อำเภอสวี จังหวัดชุมพร พี่น้อง 8 คน ท่านเป็นลูกคนที่ 3 และมีโอกาสมาเรียนต่อ ม.7-8 ที่กรุงเทพฯที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และสอบเข้าจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัยได้ เลือกเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ด้านการสื่อสาร ซึ่งเป็นวิชาใหม่ที่คิดว่าท้าทาย เพราะมองว่าเทคโนโลยีนี้จะก้าวหน้าในอนาคต ชีวิตต้องสู้ของ ดร.สุธีในวัยหนุ่มจึงต้องเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย ตั้งแต่เป็นเด็กส่งหนังสือพิมพ์ไปจนถึงรับจ้างเขียนแบบเรือรบ
เมื่อสำเร็จการศึกษาวิศวกรรมศาสตร์จากรั้วจามจุรี รศ.ดร.สุธี อักษรกิตติ์ เริ่มเข้าทำงานที่กรมการบินพาณิชย์ (ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นกรมการบินพลเรือน) แต่ด้วยความมุ่งมั่นที่อยากจะศึกษาต่อจึงสอบชิงฟุลไบรท์ไปศึกษาระดับปริญญาโทที่ "ยูนิเวอร์ซิตี้ ออฟ ไอโอวา" สหรัฐอเมริกา ระหว่างศึกษาปริญญาโท รศ.ดร.สุธี อักษรกิตติ์สมัครเข้าไปทำงานในองค์การนาซา ปฏิบัติงานเป็นอิเล็กทรอนิกส์ดีไซน์ เอ็นจิเนียร์ เพื่อออกแบบวงจรใช้กับดาวเทียมสำรวจอวกาศ และมีส่วนร่วมในการสร้างดาวเทียมอินจัน รวมไปถึงยานอวกาศอะพอลโล่ 11
การศึกษาในระดับปริญญาเอก รศ.ดร.สุธี อักษรกิตติ์ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกทางวิศวกรรมไฟฟ้า สาขาพลาสม่า ฟิสิกส์ และได้รับเชิญให้ไปทำงานวิจัยพลาสมาเต็มรูปแบบ ซึ่งสามารถทำอุณหภูมิได้สูงถึง 1 ล้านองศาเซลเซียส สูงกว่าอุณหภูมิผิวดวงอาทิตย์ที่สูง 6 พันองศาเซลเซียส ที่กองเทอร์โม-นิวเคลียร์ ณ สถาบันห้องทดลองแห่งชาติ ORNL ที่เมืองโอ๊คริดจ์ รัฐเทนเนสซี "ผมเป็นข้าวนอกนาเข้าไป ที่นี่เป็นเขตหวงห้ามของสหรัฐ ท็อปซีเคียวริตี้ ซึ่งพอไปอยู่จริงๆ ได้สัมผัสนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำของโลกแล้ว ทำให้ผมรู้ว่าคนที่มีความรู้จริงและไม่มีอคติ เขามีเมตตาธรรม" หลังจากทำงานมีประสบการณ์ในสหรัฐอเมริกาอยู่ 4 ปี รศ.ดร.สุธี อักษรกิตติ์ ก็ทิ้งเงินเดือนจำนวนมาก กลับคืนสู่ประเทศไทย เริ่มต้นรับราชการที่กรมการบินพาณิชย์ และช่วยราชการในฐานะที่ปรึกษางานวิจัยด้านสายอากาศ ระบบสื่อสารและอิเล็กทรอนิกส์ ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการทหาร ซอยกล้วยน้ำไท
จนกระทั่ง วันหนึ่งในปี พ.ศ. 2513ได้รับคำสั่งให้เตรียมตัวเข้าวังสวนจิตรลดา (พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน) และถวายงานรับใช้พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มานานถึง 46 ปี โดยมีผลงานสำคัญที่สร้างขึ้น คือ "สายอากาศวิทยุสื่อสาร" ถวายแด่พระองค์ ซึ่งตรัสว่า "ความเดือดร้อนของประชาชนนั้นเป็นเรื่องที่รอไม่ได้" ต่อมาได้กลายเป็นสายอากาศแบบแรกที่พระองค์พระราชทานนามในภายหลังว่า "สุธี 1" และพัฒนาตามมาเป็น สุธี 2-3-4 โดยโปรดเกล้าฯ ให้ระบุชื่อ สุธี ลงไปในชื่อผู้ออกแบบและระบุว่า "ทรงทดลองได้ผลดีแล้ว"
อย่างไรก็ตามรศ.ดร.สุธี อักษรกิตติ์ ยังเล่าอีกว่า ในหลวงทรงไม่ได้ใส่พระราชหฤทัยเพียงสายอากาศระบบติดต่อสื่อสาร แต่ยังมีพระราชดำริเกี่ยวกับกิจการงานเทคโนโลยีอื่นๆ อาทิ การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ดาวเทียม วิทยุกระจายเสียง วิทยุเคลื่อนที่ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีเพื่ออำนวยความสะดวกในกิจการต่างๆ อีกด้วย